http://www.tempf.com/getfile.php?id=372970&key=4b700b53ce1a6
เทศกาลในฝัน
Acoustic In Love Festival @Pai
เทศกาลเพลงรัก ที่คนรักดนตรีไม่ควรพลาด
พบกันวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553
งานเริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็น จนถึงเช้าของอีกวัน
จัดที่บุระลำปาย รีสอร์ท เชิงสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย
อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
บัตรราคา 1,500 บาท
พบกับนักร้องมากมาย อาทิ Groove Rider, Boy & Nop, ETC., Lipta, Dan วรเวช,
Ben ชลาทิศ, Tor ศักดิ์สิทธิ์ และอีกมากมาย
เทศกาลในฝัน Project เป็นส่วนหนึ่งของวิชา CA 4443 ชั้นปีที่ 4
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทยเป็นที่สองรองจาก มะเร็งปากมดลูก มักเกิดในหญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป พบมากในหญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรน้อย และในผู้ที่มีประวัติญาติพี่น้องเคยเป็นมะเร็งเต้านม หญิงอายุน้อยหรือชายก็อาจเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่พบได้น้อย
ลักษณะอาการของโรค
- เริ่มจากการคลำก้อนไม่ได้จนถึงมีก้อนเล็กๆ ขึ้นที่เต้านม ส่วนมากจะไม่มีอาการเจ็บปวด
- ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ท ำให้เต้านมมีลักษณะผิดไป อาจทำให้เต้านมใหญ่ขึ้น หรือบางชนิดทำให้เต้านมแข็ง หดตัวเล็กหรือแบนลงได้ ก้อนมะเร็งอาจจะรั้งให ้หัวนมบุ๋ม เข้าไปจากระดับเดิม หรือทำให้ผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะ หยาบ และขรุขระ บางรายเมื่อบีบบริเวณหัวนมจะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมา มะเร็งจะลุกลาม แพร่กระจายจากตำแหน่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็วไปตามหลอดเลือด และน้ำเหลืองสู่อวัยวะอื่นๆ
- บริเวณที่พบการแพร่กระจายได้เร็วและบ่อยที่สุดได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ที่รักแร้
- ในรายที่เป็นมากแล้วเนื้อมะเร็งบางส่วนจะเน่าตาย ทำให้เกิดเป็นแผลขยายกว้างออกไป และมีกลิ่นเหม็นจัด
การตรวจวินิจฉัยและรักษา
- การตรวจพบและรักษามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะมีโอกาสหายขาดได้
- การตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งเป็นประจำ หลังหมดประจำเดือน 7 วัน และ การตรวจโดยเอ็กซเรย์เต้านม ช่วยให้พบความผิดปกติ หรือก้อนมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
- การรักษานั้นอาจทำโดยการผ่าตัดการบำบัดทางรังสี และการใช้ยาสังเคราะห์บางประเภท ทั้งนี้อาจจะให้การรักษาโดยวิธีการเดียวหรือร่วมกันไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับผลการ ตรวจพิเศษ ของชิ้นเนื้อมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองที่ผ่าตัดออกมา
มะเร็งปากมดลูก…ป้องกันได้
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ใครๆ ต้องกลัวเมื่อพูดถึง มะเร็ง เพราะถ้าใครเป็นแล้วต้องตาย ไม่มียารักษา จึงทำให้หลายคนกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ปัจจุบันนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว เมื่อผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วกลัวว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก ควรที่จะไปฉีดวัคซีนป้องกัน เพราะถ้าไม่ไปฉีดแล้วมาตรวจพบหลังจากที่เชื้อมะเร็งได้ลุกลามเข้าไปในมดลูกจนถึงระยะที่ 3 แล้ว จะทำให้หมดทางรักษา
ความสำเร็จจากการค้นพบสาเหตุและวิทยาการของการแพทย์สมัยใหม่ ได้นำมาสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ในส่วนที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่สำคัญ โดยองค์การอาหาร และยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้ให้การรับรองว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์หลักเหล่านี้ได้ 100% ถ้าหากได้รับวัคซีนก่อนที่จะมีการติดเชื้อ นอกจากนี้ วักซีนดังกล่าวยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดที่ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย
ด้วยประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมทั้งโรคหูดอวัยวะเพศ ทำให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) นี้ ได้รับการยอมรับและผ่านการอนุมัติการใช้แล้วในประเทศไทย และกว่า 70 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ในประเทศชั้นนำอย่างออสเตรเลีย และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศให้วัคซีนนี้เป็นภาคบังคับ สำหรับเด็กหญิงและผู้หญิงในช่วง อายุ 9-26 ปี อย่างไรก็ดีขณะนี้การวิจัยประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้ขยายผลครอบคลุมมาสู่กลุ่มผู้หญิงในช่วงอายุ 27-45 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว การตรวจเป็บสเมียร์ PAP SMEAR อย่างสม่ำเสมอก็เป็นเรื่องที่สูติ-นรีแพทย์ ยังคงแนะนำให้ปฏิบัติอยู่ ในส่วนของเชื้อ HPV เฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุหลัก 70% ของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่เราอาจจะยังมีโอกาสติดเชื้อ HPV ในสายพันธุ์อื่น ๆ อีก 30% ที่อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน
ดังนั้น ทุกคนที่รักในสุขภาพจะต้องให้ความสนใจ และทำตามที่สูติ-นรีแพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองเป็นมะเร็งปากมดลูก มิเช่นนั้นแล้วถ้ามาตรวจพบทีหลังอาจทำให้รักษาไม่ทันก็เป็นไปได้
มะเร็งปากมดลูก…..โรคร้ายที่คุกคามผู้หญิง
ในปัจจุบันผู้หญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูกมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักอายและกลัวที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อ มะเร็ง ทำให้กว่าจะรู้ว่าป่วยด้วย โรคมะเร็งปากมดลูก นี้ ความรุนแรงของโรคก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว โดยปัจจุบันมีสถิติของผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน และเป็นมะเร็งที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ซึ่งตอนนี้พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่สูงถึง 6,000 คนต่อปี โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่งต้องเสียชีวิต
มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) หรือภาษาไทยเรียกว่า ไวรัสหูด ไวรัสชนิดนี้ติดต่อจากการสัมผัส ส่วนใหญ่เป็นการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ที่ทำให้มีรอยถลอกของผิวหรือเยื่อบุ และเชื้อไวรัสจะเข้าไปที่ปากมดลูก ทำให้ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล์ จากปากมดลูกปกติกลายเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก
นับว่าผู้หญิงในยุคปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มาก เนื่องจากผู้หญิงในยุคนี้มีเพศสัมพันธ์เร็ว โดยจากการสำรวจของหลายสถาบัน ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์จะเริ่มจากอายุประมาณ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งจากการศึกษาโรคมะเร็งปากมดลูกจะพบในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ โดยพบมากในผู้หญิงอายุ 35-60 ปี ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกจะมากหรือน้อยขึ้นกับระยะของมะเร็ง
มะเร็งปากมดลูกแบ่งเป็น 0-4 ระยะ ดังนี้
ระยะ 0 คือ เซลล์มะเร็งยังไม่กระจาย วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูกระยะ 0 คือ ผ่าตัดเล็ก ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที และตรวจติดตามอาการ การรักษาระยะนี้ได้ผลเกือบ 100%
ระยะที่ 1 เซลล์มะเร็งอยู่ที่ปากมดลูก วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูกระยะ 1 คือผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดมดลูก เลาะต่อมน้ำเหลืองในเชิงกราน ซึ่งได้ผลดีถึง 80%
ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งกระจายออกจากปากมดลูก โดยยังไม่ไปไกลมาก แต่ก็ไม่สามารถผ่าตัดได้ วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูกระยะที่ 2 นี้ ต้องรักษาด้วยการฉายรังสี และการให้เคมีบำบัด (คีโม) ได้ผลราว 60%
ระยะที่ 3 เซลล์มะเร็งกระจายชิดเชิงกราน วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูกระยะที่ 3 คือใช้รังสีรักษา และการให้เคมีบำบัด การรักษาระยะนี้ได้ผลประมาณ 20-30%
ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เซลล์มะเร็งกระจายทั่วร่างกาย วิธีรักษา มะเร็งปากมดลูกระยะที่ 4 คือการให้คีโม และรักษาตามอาการ โดยหวังผลได้เพียง 5-10% และโอกาสรอดน้อยมาก แต่ก็ไม่แน่ โดยมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกบางรายสามารถอยู่ต่อได้นานถึง 1-2 ปี จึงเสียชีวิต
ปัจจุบันผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกมาก โดยมะเร็งปากมดลูกมีปัจจัยเสี่ยงดังนี้
การติดเชื้อ HPV หรือการเป็นหูดที่อวัยวะเพศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งปากมดลุก
การสูบบุหรี่ ของการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึนสองเท่า
การรับประทานยาคุมกำเนิด
ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสุภาพสตรี ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดีจะทำให้เกิดโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ง่ายจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลุกเพิ่มขึ้น
การติดเชื้อ Chlamydia พบว่าผู้ที่ติดเชื้อ Chlamydia ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น
อาหาร ผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้
ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานานจะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูก
การ มีบุตรหลายคนเชื่อว่าจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอรฺโมนทำให้ติดเชื้อ HPV ง่าย และขาดการป้องกันการติดเชื้อ
ผู้ที่มีฐานะต่ำเนื่องจากเข้าถึงบริการไม่ทั่วถึง
ผู้ที่ได้ยา Diethylstilbestrol (DES) เพื่อป้องกันแท้ง
ทั้งนี้ มะเร็งปากมดลูกมีวัคซีนฉีดป้องกันแล้ว ระดับการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกมีหลายระดับ โดยระดับแรกของการป้องกันคือ การฉีดวัคซีน ที่เชื่อว่าลดความเสี่ยงได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ การป้องกันขั้นพื้นฐานด้วยการตรวจแพปสเมียร์เป็นประจำก็เป็นเรื่องสำคัญ
จากคำแนะนำของคณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งสหรัฐอเมริกา เด็กและหญิงสาวที่อายุต่ำกว่า 26 ปี ซึ่งไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน สามารถรับการฉีดวัคซีนชนิดนี้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อเอชพีวี ส่วนหญิงสาวที่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือแพปสเมียร์เสียก่อน เพราะเป็นไปได้ว่าอาจพบการติดเชื้อหรือมีความผิดปกติ ซึ่งจะต้องทำการรักษาให้หายเสียก่อน จึงจะรับการฉีดวัคซีนได้ในเวลาต่อมา ส่วนวัยที่ควรเริ่มฉีดวัคซีนชนิดนี้คือ 9 ปีขึ้นไป และการใช้วัคซีนในผู้หญิงวัย 9 – 26 ปี จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
จะพบว่าผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกมาก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกินยา มีบุตร หรือที่สำคัญก็คือการมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทำในชีวิตประจำของผู้หญิงหลายคน
ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนจึงควรหมั่นตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนป้องกัน ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้คุณและคนที่คุณรักเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะรักใครมากน้อยแค่ไหน เราอยากเตือนคุณว่าให้รักตัวเองให้มากกว่าที่จะรักคนอื่น และไม่ว่าโรกใดก็รักษาได้ถ้าเรารู้ทันโรคนั้นๆ






